ตามธรรมเนียมปฏิบัติของอาเซียน เอกสารที่จะนำเข้าสู่การประชุมผู้นำนั้นจะต้องผ่านความเห็นชอบจากการประชุมที่เกี่ยวข้องมาตามลำดับขั้น ดังเช่น กรณีประเด็นการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ ที่ถูกตีความว่าอยู่ในขอบข่ายงานด้านสุขภาพภายใต้ความรับผิดชอบของกระทรวงสาธารณสุข เอกสารจะต้องได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสกระทรวงสาธารณสุขอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ (Senior Officials Meeting on Health Development: SOMHD) จากนั้นจึงเสนอต่อที่ประชุมรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขอาเซียน 10 ประเทศ (ASEAN Health Ministers Meeting: AHMM) และต่อการประชุมคณะมนตรีประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน แล้วจึงจะเสนอต่อที่ประชุมผู้นำ (ASEAN Summit) ได้
ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา ที่ใกล้การประชุมผู้นำอาเซียนเต็มที ประกอบกับในช่วงนั้นไม่มีประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสและรัฐมนตรีสาธารณสุขของอาเซียนเลย กรมอาเซียนจึงแนะนำให้ใช้วิธีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ โดยให้เชิญผู้แทนกระทรวงสาธารณสุขอาเซียนทั้ง 10 ประเทศเข้าร่วมด้วย จากนั้นให้นำผลจากการประชุมส่งทาง email เพื่อขอความเห็น ก่อนที่จะเสนอเข้าคณะมนตรีประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน
วันที่ 2 – 3 ตุลาคม 2552 สช. จึงได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “Health Impact Assessment (HIA): A Tool to Make Healthy ASEAN People Healthier” ณ โรงแรมโรสการ์เดน สวนสามพราน จังหวัดนครปฐม การนี้ สช.ได้ออกหนังสือเชิญครบทั้ง 10 ประเทศ มีการตอบรับมา 7 ประเทศ แต่พอถึงวันประชุม มีผู้เข้าร่วมจำนวน 40 คน จาก 5 ประเทศ คือ มาเลเซีย เวียดนาม ลาว อินโดนีเซียและไทย ทั้งนี้มีผู้แทนจากสำนักงานเลขาธิการอาเซียน กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย และผู้แทนสำนักงานองค์การอนามัยโลก ประเทศไทย เข้าร่วมประชุมด้วย ที่ประชุมได้ร่วมกันพัฒนาเป็น Recommendation Paper to ASCC Council เรื่อง Health Impact Assessment (HIA): A Foundation for the Well-being of the ASEAN Community ซึ่งเอกสารฉบับนี้จะเสนอโดยประเทศไทย
ในการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียน เพื่อเตรียมเอกสารเข้าสู่การประชุมคณะมนตรีประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ( Senior Official Committee for ASCC: SOCA) ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 5 ตุลาคม 2552 ที่ประเทศไทย ซึ่งประกอบไปด้วยผู้แทนที่เป็นทางการจาก 10 ประเทศ ได้มีการพิจารณาเอกสารที่ทาง สช.ได้พัฒนาขึ้น การประชุมนี้มีอธิบดีกรมอาเซียนของประเทศไทย เป็นประธานการประชุม (อธิบดีวิทวัส ศรีวิหค) ที่ประชุมได้ให้นายแพทย์วิพุธ พูลเจริญ เข้าร่วมชี้แจงตอบข้อซักถามของผู้เข้าร่วมประชุม ในภาพรวมที่ประชุมเห็นด้วยว่าเรื่องการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญที่อาเซียนควรให้ความสนใจ อย่างไรก็ตามยังมีความกังวลเกี่ยวกับสถานะของเอกสารที่ยังไม่ผ่านการประชุมทั้งระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสและรัฐมนตรีสาธารณสุขของทั้ง 10 ประเทศ ดังนั้น จึงขอให้มีการส่งไปสอบถามความเห็นจากทั้ง 10 ประเทศก่อน
ทางกรมอาเซียน เป็นผู้รับผิดชอบในการส่งเอกสารเพื่อสอบถามความเห็นเพิ่มเติม ซึ่งตอนนั้นเหลือเวลาอีกเพียง 17 วันจะถึงวันประชุมครั้งที่ 2 ของคณะมนตรีประชาคมสังคมฯ ( 22 ตุลาคม 53) ที่กำหนดให้จัดก่อนการประชุมสุดยอดผู้นำเพียง 1 วัน (23 ตุลาคม 53) ดังนั้นจึงไม่มีประเทศใดสามารถให้ความเห็นกลับมาได้ทัน ที่ประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสจึงยังไม่สามารถบรรจุเรื่องนี้เข้าสู่การประชุมของคณะมนตรีประชาสังคมฯ ในครั้งนี้ได้
7-9 ธันวาคม 2552 นำเสนอเอกสาร Health Impact Assessment (HIA): A Foundation for the Well-being of the ASEAN Community ต่อที่ประชุม 5th SOMHD ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ สาธารณรัฐมาเลเซีย ซึ่งในเอกสารฉบับนี้ได้มีข้อเสนอให้ตั้งกลไกประสานงานการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพของภูมิภาคอาเซียน การนี้ที่ประชุมมีมติให้แต่ละประเทศกลับไปปรึกษากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเทศของตนแล้วให้ความเห็นและข้อเสนอแนะกลับมายังสำนักงานเลขาธิการอาเซียนโดยให้สำเนาถึงกระทรวงสาธารณสุขประเทศไทยด้วย โดยช่วงเวลารับฟังความเห็นอยู่ระหว่างเดือน ธันวาคม 2552 – กุมภาพันธ์ 2553
2-3 มีนาคม 2553 นำเสนอความคืบหน้าของเอกสารซึ่งสืบเนื่องจากการประชุม 5th SOMHD ให้กับที่ประชุม 5th Senior Officials Committee for the ASCC (SOCA) ณ นครโฮจิมินห์ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ที่ประชุมรับทราบ และให้นำเสนอในที่ประชุม 6th SOMHD ปี 2554 ต่อไป
เรื่องนี้หากนำไปเปรียบเทียบกับการจัดตั้งกลไกสิทธิมนุษยชนในอาเซียนที่ใช้เวลาบ่มเพาะมากว่า 16 ปี แล้ว เรื่อง HIA ก็นับว่าเป็นเพียงเริ่มต้นขยับ ก้าวแรกอาจจะยังไม่ถูกนับด้วยซ้ำ... |