เรื่องเด่น ประเด็นหลัก

HIA Intensive Workshop: ‘ติว’ คนทำ HIA แลกเปลี่ยนเรียนรู้ข้ามสหวิทยาการ

Share |

 

              HIA Intensive Workshop: ‘ติว’ คนทำ HIA แลกเปลี่ยนเรียนรู้ข้ามสหวิทยาการ

ขอขอบคุณภาพประกอบจากสถาบันการจัดการระบบสุขภาพภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (สจรส.มอ.) 



                   การประเมินผลกระทบทางสุขภาพ (Health Impact Assessment - HIA) เป็นกระบวนการที่จำเป็นต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจทั้งในส่วนของหลักการและวิธีปฏิบัติ เพื่อให้การประเมินผลเป็นไปอย่างถูกต้อง สามารถนำไปอ้างอิงได้ โดยเริ่มตั้งแต่การทำความเข้าใจในวัตถุประสงค์ วิธีการ การรวมรวบข้อมูล การสรุปผล ก่อนจะนำไปสู่การนำไปใช้งาน ซึ่งค่อนข้างจะอาศัยหลักการทางวิชาการพอสมควร แต่ก็สามารถประยุกต์ผสมกลมกลืนเข้ากับศาสตร์อื่นๆ ที่หลากหลายได้ รวมไปถึงภูมิปัญญาชาวบ้าน ด้วยเหตุนี้ สถาบันการจัดการระบบสุขภาพภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (สจรส.มอ.) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) จึงได้เชิญหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการประเมินผลกระทบทางสุขภาพมาเข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการ วิทยาการประเมินผลกระทบทางสุขภาพ หรือ HIA Intensive Workshop ระหว่างวันที่ 29 กุมภาพันธ์ – 4 มีนาคม 2559 ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) วิทยาเขตหาดใหญ่ เพื่อเป็นการติวเข้มและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในการประเมินผลกระทบทางสุขภาพ
                  ดร.เพ็ญ สุขมาก จากสถาบันการจัดการระบบสุขภาพภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) วิทยาเขตหาดใหญ่ กล่าวถึงที่มาของการจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ว่า “การจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ วิทยาการประเมินผลกระทบทางสุขภาพในครั้งที่จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 แล้ว โดยมีจุดเริ่มต้นจากการพูดคุยกันในหมู่นักวิชาการที่ทำเรื่องการประเมินผลกระทบทางสุขภาพ หรือ HIA Consortium ว่าจะทำอย่างไรเพื่อพัฒนาศักยภาพคนที่จะมาทำการประเมินผลกระทบทางสุขภาพ ประกอบกับทาง มอ. มีหลักสูตรการสอนการประเมินผลกระทบทางสุขภาพอยู่แล้ว ทาง HIA Consortium จึงเป็นแกนหลักในการร่วมจัดและพัฒนาการประชุมเชิงปฏิบัติการด้านการประเมินผลกระทบทางสุขภาพขึ้นสำหรับนักศึกษา และ กลุ่มเป้าหมาย ทั้งเครือข่ายนักวิชาการ แกนนำเครือข่ายคนทำงาน HIA ในชุมชน ตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐ บริษัทที่ปรึกษาที่รับทำ EIA หรือ EHIA และ นักศึกษา โดยมีวัตถุประสงค์ที่สอดคล้องกับแต่ละกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ สำหรับอาจารย์ที่สอนเรื่อง HIA ก็จะได้รู้กระบวนการและนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงาน การเรียนการสอน หรือเพื่อจะนำไปเปิดหลักสูตร HIA ในสถานศึกษาในอนาคต นักศึกษาของเราก็จะได้รับความรู้จากอาจารย์ที่มีประสบการณ์ บริษัทที่ปรึกษาก็จะได้ความรู้ที่ถูกต้องในการทำ HIA เพราะเขาเองก็ยอมรับว่าเขาก็ทำ EIA หรือ EHIA ไปตามกฎหมาย แต่บ่อยครั้งก็เกิดปัญหากับชุมชนเพราะไม่เข้าใจกัน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการทำ HIA ก็จะได้มาแบ่งปันความรู้ ความคิดเห็น ตลอดจนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน”
                “ในการประชุมเชิงปฏิบัติการตลอด 5 วัน ผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับการประเมินผลกระทบทางสุขภาพตั้งแต่ในระดับภาพรวมเชิงนโยบาย การยกกรณีศึกษาทั้งในและต่างประเทศขึ้นมาเป็นตัวอย่าง การแบ่งกลุ่มย่อยเพื่อทำการศึกษาเป็นรายกลุ่มให้สอดคล้องกับบริบทของผู้เข้าร่วมแต่ละคน แต่ละกลุ่ม เช่น กรณีเหมืองทอง เขตเศรษฐกิจพิเศษ และ พ.ร.บ.สุขภาพ ทางอาจารย์ผู้จัดโครงการก็จะให้ข้อมูลดิบและโจทย์ไปเพื่อให้แต่ละกลุ่มระดมสมองกันว่าถ้าจะทำ HIA จะต้องทำอย่างไร ในวันสุดท้ายจะเป็นการนำเสนอ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ซึ่งในแต่ละปีเราก็จะมีการประเมินเนื้อหาที่ได้ และผลิตออกมาเป็นสื่อสำหรับผู้สนใจ เราคาดหวังว่าการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้จะช่วยเสริมศักยภาพและขยายองค์ความรู้ของคนที่ทำงาน HIA ทำให้เข้าใจกระบวนการทำงานมากขึ้น ได้เห็นมุมมองใหม่ๆ มากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้การทำ HIA มีประสิทธิภาพมากขึ้น และจะเป็นการสร้างความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่างๆ ทำให้เกิดเครือข่ายความร่วมมือกัน ในส่วนนักศึกษาของเราก็จะได้เห็นมุมมองที่มาจากคนทำงานจริงในพื้นที่ด้วย”


                 นายแพทย์วิพุธ พูลเจริญ ประธานคณะกรรมการพัฒนาระบบและกลไกการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ ซึ่งเป็นหนึ่งในวิทยากรที่ได้ไปให้ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการประเมินผลกระทบทางสุขภาพให้กับผู้เข้าร่วมการอบรมกล่าวถึงภาพรวมในการจัดการอบรมว่า “การจัดการการอบรม HIA Intensive Workshop ในครั้งนี้เป็นการให้ความรู้เบื้องต้นกับผู้ที่สนใจเรื่องการประเมินผลกระทบทางสุขภาพ เพื่อให้เข้าใจว่าการทำ HIA คืออะไร เพราะหลายคนเข้าใจผิดว่า HIA เป็นเรื่องที่เป็นเทคนิคทางวิชาการมากเกินไป แต่จริงๆ แล้ว ทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการทำ HIA ไม่ว่าจะเป็นชาวบ้าน หน่วยงานภาครัฐ หรือ บริษัทที่ปรึกษาต่างก็มีมุมมอง มีการใช้เหตุผลจองตัวเองทั้งนั้น เราจึงจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการขึ้นเพื่อให้ภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำ HIA เกิดความเข้าใจตรงกัน ว่า HIA ไม่ใช่เครื่องมือในการเอาชนะกัน แต่เพื่อทำให้เกิดการเรียนรู้ในวิธีการ และมุมมองที่ต่างกัน”
             ในฐานะวิทยากร นายแพทย์วิพุธได้ให้ข้อเสนอแนะเพื่อให้การจัดการอบรมสมบูรณ์ยิ่งขึ้นว่า “จุดที่สำคัญที่สุด เราต้องถามความคาดหวังของคนที่มาเข้าร่วมการอบรมว่าต้องการนำความรู้ที่ได้ไปทำอะไร หรือ มีความต้องการอะไรถึงได้มาอบรม เพราะต่างคนก็ต่างมีความต้องการต่างกัน ตรงนี้เป็นประเด็นใหญ่สำหรับทุกการประชุม เพราะบางทีเราก็ไม่รู้ว่าเขาอยากได้อะไร สิ่งที่เราสอนในการอบรมมันอาจจะไม่ตรงกับความต้องการของเขา หรือยังไม่เพียงพอก็ได้ เมื่อเราทราบความต้องการของผู้เข้ารับการอบรมก่อน ทราบความคาดหวังก่อน เราก็จะได้จัดเนื้อหาการอบรมให้ตรงกับความต้องการตามสมควร เพราะเราคงไม่สามารถจัดการอบรมให้ตรงกับความต้องการของทุกคนได้ทั้งหมด และจะได้ทำความเข้าใจร่วมกับผู้เข้าอบรมว่า เนื้อหาของเราเป็นอย่างนี้ วัตถุประสงค์แบบนี้ มันตรงกับที่เขาต้องการหรือไม่อย่างไร”
             ในส่วนความคิดเห็นของผู้เข้ารับการอบรม คุณประเสริฐ ดิษฐคลึง ตัวแทนเครือข่ายประชาชนจาก อ.แก่งคอย จ.สระบุรี กล่าวถึงสิ่งที่ได้รับจากการอบรมว่า “ถ้ามี 100 คะแนนเต็ม ผมให้ 100 คะแนนเต็มเลย เพราะก่อนที่จะมาอบรมผมไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับทำ HIA มาก่อนเลย พอมาอบรมก็ได้รับความรู้เต็มที่ ทีมชาวบ้านที่มาด้วยกัน 3 คน ก็เช่นกัน เรายังเอาความรู้ที่ได้ไปอธิบายให้ชาวบ้านฟัง ชาวบ้านก็สนใจ บอกว่าน่าจะมีแบบนี้ตั้งนานแล้ว ในส่วนวิทยากรก็ชอบอาจารย์ทุกท่าน เพราะมีเทคนิคการสอนที่ดึงดูด ยกตัวอย่างที่เข้าใจง่าย ทำให้คนที่ไม่รู้เรื่อง HIA มาก่อนเลยสามารถเข้าใจได้ นำไปถ่ายทอดต่อได้ และถ้ามีอบรมอีกก็อยากจะมาอีก ขอขอบคุณจากใจจริงครับ”


               อีกหนึ่งเสียงจาก อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก โดยคุณณัฐพงศ์ แก้วนวล ซึ่งมีโอกาสได้เข้าร่วมการอบรม ก็มีข้อเสนอที่น่าสนใจสำหรับการจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง HIA ในครั้งต่อไป
                “ความรู้สำคัญที่ได้จากการเข้าอบรมคือเรื่องระบาดวิทยา ที่เนินมะปรางจะมีโครงการทั้งเหมืองทองคำ โรงโม่ และ เขื่อน ซึ่งทั้งหมดนี้จะต้องทำ HIA ความรู้จากการอบรมก็น่าจะเอามาใช้ได้ ส่วนตัวมีข้อเสนอแนะว่าอยากให้นำชุมชนที่เคยทำ HIA แล้วนำไปใช้ได้ผลจริงมาร่วมงานด้วย รวมถึงชุมชนที่กำลังได้รับผลประทบจากโครงการต่างๆ ก็อยากให้เข้ามาร่วมมากกว่านี้ อย่างของเนินมะปรางเราก็อยากให้จะทาง สช. จัดทีมงานระดับจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นภาคประชาชน หน่วยงานภาครัฐ 4-5 คน แล้วให้มาอบรมร่วมกันเป็นทีมเลย เวลาทำ HIA จริงๆ น่าจะทำได้เร็วกว่า และอยากให้ภาษาที่ใช้ในการอบรมเข้าใจง่ายกว่านี้ เพราะว่ามันเป็นภาษาในทางวิชาการหนักไปสักนิดหนึ่ง”